ในข้อ 4 ดาวิดบอกว่า “เขาไม่มีที่หลบภัย” แต่ในข้อ 5 ดาวิดค้นพบว่า “พระเจ้าเป็นที่ลี้ภัยของเขา” ในเวลานี้ถ้าคุณรู้สึกว่า “สิ้นหวัง” ไม่มีที่ใดให้คุณ “หลบภัย” ได้ ลองเงยหน้าดูท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ สัมผัสถึงความรักของพระเจ้า และอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน

คำอธิษฐานของดาวิดในข้อ 9 ที่ว่า “ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์พ้นจากกับซึ่งเขาวางดักข้าพระองค์ไว้ และจากบ่วงแร้วของผู้กระทำชั่ว” เหมือนกับคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ที่ว่า “และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย” (มัทธิว 6:13) ลองพิจารณาดูว่า ในชีวิตของคุณมีสิ่งใดบ้างที่เป็นการทดลอง เป็นความชั่วร้าย เป็นกับดัก แล้วอธิษฐานขอพระเจ้าทรงปกป้องคุณ

มีคาห์ได้บรรยายถึงสภาพสังคมในเวลานั้นว่า ทุกคนจ้องจะทำร้ายกัน หลอกลวงกัน ทรยศกัน เป็นศัตรูกัน หาความไว้วางใจไม่ได้ และแผ่นดินเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งมีคาห์จบลงด้วยคำพูดที่น่าสนใจในข้อ 7 ที่ว่า “แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมองดูพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเฝ้าคอยพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า” บทเรียนจากชีวิตของมีคาห์หนุนใจคุณอย่างไรในการดำเนินชีวิตวันนี้

ในข้อ 8 ที่ว่า “มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า นอกจากให้กระทำความยุติธรรมและรักสัจกรุณา และดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า” สิ่งเดียวที่พระเจ้าต้องการคือ “ชีวิตของคุณ” ไม่ใช่ “สิ่งของมากมาย” (ข้อ 6-7) ใช้เวลานี้ทบทวน คิดถึงวันที่คุณต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ คุณได้ให้ “ชีวิตของคุณ” กับพระองค์ หรือให้ “สิ่งของที่คุณมี” กับพระองค์

ในข้อ 4 เราเห็นภาพของพระเจ้าในฐานะของ “ผู้เลี้ยงแกะ” ส่วนในข้อ 10 เราเห็นภาพของพระเจ้าในฐานะของ “ผู้พิพากษา” ภาพ 2 ภาพนี้สอนและเตือนสติคุณอย่างไรบ้างในการดำเนินชีวิตคริสเตียนวันนี้

5290/5720