คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้
@เพื่อท่านจะได้รับความบริบูรณ์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม

Q1 “ความซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์” ส่งผลกับการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ ดู เอเฟซัส 4:13 ประกอบ)
Q2 ใช้เวลานี้ทบทวนถึง “ความรักของพระเยซูคริสต์” ที่มีในชีวิตของคุณ และอธิษฐานขอการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณที่คุณอยากมีต่อพระเจ้า
หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:13 จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ คือโตเต็มถึงขนาดความบริบูรณ์ของพระคริสต์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี อพยพ 33-35  มัทธิว 22:23-46

อย่าละเลยของประทานที่มีอยู่ในตัวท่าน 1.ซึ่ง(พระเจ้า)ประทานแก่ท่านตามคำเผยพระจนะ
2.เมื่อคณะผู้ปกครองวางมือบนท่าน

Q1 เปาโลได้หนุนใจทิโมธีที่จะใช้ “ของประทาน” ที่ตัวเขามีในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า ด้วยการดูแลพี่น้องที่คริสตจักรเอเฟซัส โดยให้เหตุผล 2 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 คุณจะใช้ “ของประทาน” ที่มีอยู่ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า และเสริมสร้างพี่น้องในคริสตจักรพระคุณอย่างไร?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   อพยพ 31-32  มัทธิว 22:1-22

เราไม่ได้เอาใจใส่ในสิ่งที่มองเห็น (สิ่งของในโลกนี้)
แต่อาใจใส่ในสิ่งที่มองไม่เห็น (ชีวิตนิรันดร์)
เพราะว่าสิ่งที่มองเห็นนั้นไม่ยั่งยืน (สิ่งของในโลกนี้)
แต่สิ่งที่มองไม่เห็นนั้นถาวรนิรันดร์ (ชีวิตนิรันดร์)

Q1 ทำไมเปาโลจึงหนุนใจเราที่เป็นผู้ที่เชื่อให้ดำเนินชีวิต โดยตั้งเป้าหมายมุ่งไปที่ “สิ่งที่มองไม่เห็น” มากกว่า “สิ่งที่มองเห็น”? (ดู ลูกา 12:20 ประกอบ)
Q2 คุณจะให้ความสำคัญกับ “สิ่งที่มองไม่เห็น” เป็นอันดับแรกก่อน “สิ่งที่มองเห็นอยู่” อย่างไร? (ดู โคโลสี 3:2-4 ประกอบ)
หมายเหตุ: ลูกา 12:20 แต่พระเจ้าตรัสแก่เขาว่า ‘โอ คนโง่ ในคืนวันนี้ชีวิตของเจ้าจะต้องเรียกเอาไปจากเจ้า แล้วของที่เจ้ารวบรวมไว้นั้นจะเป็นของใคร?’โคโลสี 3:2-42 จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนแผ่นดินโลก 3เพราะว่าท่านตายแล้ว และชีวิตของพวกท่านซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า 4เมื่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นชีวิตของท่านทั้งหลายทรงปรากฏ ในเวลานั้นท่านก็จะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในศักดิ์ศรีด้วย


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   อพยพ 29-30 มัทธิว 21:23-46

ส่วนเมล็ดซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น @ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ
คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง

Q1 “เมล็ด” หมายถึง “พระวจนะของพระเจ้า” ส่วน “ดินดี” หมายถึงอะไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คุณจะเป็น “ดินดี” ของพระเจ้า และเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้างได้อย่างไร? (ดู ยอห์น 15:10-11 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยอห์น 15:10-1110 ถ้าพวกท่านประพฤติตามบัญญัติของเรา ท่านก็จะติดสนิทอยู่กับความรักของเรา เหมือนอย่างที่เราประพฤติตามบัญญัติของพระบิดาและติดสนิทอยู่กับความรักของพระองค์ 11เราบอกสิ่งเหล่านี้กับพวกท่านแล้ว เพื่อให้ความยินดีของเราอยู่ในท่าน และให้ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   อพยพ 27-28  มัทธิว 21:1-22

เพราะว่าเราทุกคนจำเป็นต้องปรากฏตัวต่อหน้าบัลลังก์ของพระคริสต์
เพื่อแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่สมกับการกระทำในกายนี้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว

Q1 คำว่า “เราทุกคน” “จำเป็นต้องปรากฏตัว” “หน้าบัลลังก์ของพระคริสต์” “สมกับการกระทำ” และ “ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว” เกี่ยวข้องกับ “การพิพากษา” ในวันสุดท้ายของโลกนี้อย่างไร? (ดู 1 โครินธ์ 3:13 ประกอบ)
Q2 คุณพร้อมแค่ไหนสำหรับ “การปรากฏตัว” ต่อหน้าบัลลังก์ของพระเยซูคริสต์?  อธิษฐานขอสติปัญญาจากพระเจ้า เพื่อคุณจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันนั้น
หมายเหตุ: 1 โครินธ์ 3:13 การงานของแต่ละคนก็จะปรากฏให้เห็น เพราะวันพิพากษานั้นจะสำแดงให้เห็น คือจะถูกเผยให้เห็นด้วยไฟ และไฟนั้นจะพิสูจน์ว่าการงานของแต่ละคนเป็นอย่างไร


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี  อพยพ 25-26  มัทธิว 20:17-34

10/5714